การจัดเลี้ยงต่างๆในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องการจัดสถานที่ การจัดโต๊ะอาหาร การตกแต่ง รวมทั้ง รูปแบบของอาหาร ทั้งแบบไทย แบบมินิมอล เป็นเล็กๆเป็นกันเอง รวมทั้งสไตล์ตะวันตกหรือยุโรป หากใครต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากรูปแบบเดิมๆ มาเป็นการจัดเลี้ยงสไตล์ยุโรป วันนี้มีไอเดียการจัดมาฝากกันค่ะ การจัดโต๊ะอาหารในงานจัดเลี้ยงสไตล์ยุโรป มีทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ สำหรับแบบไม่เป็นทางการ อุปกรณ์ต่างๆจะมีไม่มาก โดยหลักๆจะมีจานอาหาร ที่รองจาน มีดอาหาร ช้อนอาหาร ช้อนซุป ส้อมอาหาร ส้อมสลัด แก้วน้ำ แก้วไวน์ ที่วางเฉียง ซึ่งจะมีการเสิร์ฟอาหารเรียงลำดับคือ ซุป สลัด และอาหารจานหลัก สำหรับอาหารจัดหลักในการจัดเลี้ยง อาจประยุกต์ให้เป็นเมนูแบบไทยได้ตามชอบ ส่วนการจัดเลี้ยงแบบเป็นทางการ ก็จะมีการวางจานอาหารตรงที่รองจาน มีมีดอาหาร ช้อนอาหาร ช้อนซุป ส้อมอาหาร ส้อมสลัด เช่นเดียวกัน และมีผ้าเช็ดปากพับวางด้านซ้าย รวมทั้ง มีช้อนอาหารว่าง ช้อนส้อมสำหรับเค้กหรือขนม มีดสำหรับขนมปัง แก้วน้ำ แก้วไลน์ แก้วชากาแฟ และอาจมีการตั้งป้ายชื่อสำหรับงานจัดเลี้ยงที่เป็นทางการมากๆ การตกแต่งสถานที่จัดเลี้ยงสไตล์ยุโรป ทั้งนี้ อาจเลือกสถานที่ที่มีคาแรกเตอร์หรือสไตล์ยุโรปอยู่แล้ว สามารถจัดได้ทั้งในห้อง หรือสถานที่กลางแจ้ง…
Category Archives: Uncategorized
การแต่งงานริมทะเลถือเป็นความฝันของสาวๆหลายๆคน ที่จะได้อยู่ในสถานที่โรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติ ท้องทะเล ขอบฟ้าและหาดทรายขาว พร้อมพระอาทิตย์ส่องแสงร่ำไรยากใกล้ตกดิน ทำให้ได้รูปสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึกและเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีอีกครั้งหนึ่งในชีวิต วันนี้เลยมีไอเดียรับจัดงานเเต่งงานสุดโรแมนติกริมทะเลมาฝากกันค่ะ เผื่อสานฝันบ่าวสาวหลายๆคู่ ทำอย่างไรกันบ้างไปดูกันเลย งานแต่งริมทะเล ควรเลือกสถานที่ที่ผู้คนไม่พลุกพล่านหรือเป็นชายหาดส่วนตัว มีที่กำบังแดดและฝนได้ นิยมจัดเป็นซุ้มแต่งงานที่เป็นแบบโปร่งๆ ไม่บังความสวยงามของวิวทิวทัศน์แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น นอกจากนี้ การรับจัดงานแต่งริมทะเล อาจตกแต่งสถานที่เพิ่มเติมด้วยดอกไม้เปลือกหอย กิ่งไม้ วัสดุธรรมชาติ ตะเกียง ไฟตกแต่ง และของตกแต่งต่างๆตามธีมที่ได้กำหนด มีการเซทมุมให้ถ่ายภาพสวยๆ หรือการถ่ายรูปริมหาดก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด รวมทั้ง สถานที่หรือวัสดุให้แขกได้เขียนคำอวยพร เช่น เขียนลงบนไม้ หรือวัสดุธรรมชาติ เพิ่มความเก๋ไก๋ นอกจากนี้ การรับจัดงานแต่งต้องเตรียมอาหาร ของว่าง เครื่องดื่มที่เข้ากับบรรยากาศ เช่น การจัดอาหารในรูปแบบ cocktail ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการรับจัดงานแต่งริมทะเล ที่เน้นให้แขกสามารถพูดคุย พบปะสังสรรค์ และชื่นชมกับบรรยากาศสวยๆรอบๆตัวได้อย่างสะดวก แต่ยังมีที่นั่งบางส่วน เช่น เบาะริมหาดทรายสีสันสดใส หรือเก้าอี้ที่ไม่มีน้ำหนักเบาจนเกินไป พร้อมทั้งวงดนตรีหรือดนตรีสุดแบบชิลๆ ที่เข้ากับธีมงาน และสร้างบรรยากาศสบายๆ โดยต้องมีการทดสอบเครื่องเสียงก่อนการใช้งานอยู่เสมอ ส่วนเมนูอาหารของการรับจัดงานแต่งอาจจัดให้เข้ากับธีม เช่น อาหารทะเล ที่ทำสดใหม่ ไม่เสียง่าย ส่วนขนมหรือของหวาน…
การแต่งงานถือเป็นช่วงเวลาสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต ดังนั้น การวางแผนและการเลือกสิ่งต่างๆในการจัดงานถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องมีความพิถีพิถัน และให้งานออกมาถูกใจบ่าวสาว รวมทั้ง แขกผู้มาร่วมงาน ซึ่งในปัจจุบันมีการรับจัดเลี้ยงงานแต่งงานในหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้ จะมาแจกไอเดียรับจัดเลี้ยงงานแต่งงานที่จัดในสวน ถือว่าเป็นงานแต่งอีกแบบที่กำลังเป็นเทรนด์ที่จะสร้างความอบอุ่น โรแมนติกและสามารถเนรมิตงานให้เหมือนอยู่ในฝัน แถมยังประหยัดอีกด้วย การรับจัดเลี้ยงงานแต่งงานที่จัดในสวน ถือว่าเป็นการเพิ่มความใกล้ชิดธรรมชาติ อยู่ภายนอกตัวอาคารหรือกรอบสี่เหลี่ยมแคบๆ ปลอดโปร่งโล่งสบาย เหมาะสำหรับบ่าวสาวที่รักและหลงใหลในธรรมชาติ ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับชีวิตแต่งงาน ภายใต้ความเรียบง่าย ชิลๆ นอกกรอบ แต่เต็มไปด้วยความสบายใจ ความรักและความอบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนอยู่บ้านและใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัวและแขกอันเป็นที่รัก เน้นใช้วัสดุที่หาได้ง่าย เป็นธรรมชาติ ไม่หรูหรา แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ธีมของงานแต่งงานในสวนอาจกำหนดเป็นโทนสีรวมทั้งที่เข้ากับความเป็นธรรมชาติ โดยการรับจัดเลี้ยงงานแต่งงานอาจจัดเป็นซุ้มแต่งงานที่เรียบง่าย แต่ดูดี ตกแต่งด้วยดอกไม้ เถาวัลย์ ใบไม้ หรือวัสดุธรรมชาติต่างๆ กับผ้าสีๆหรืออื่นๆที่เพิ่มความสวยงาม มีสไตล์ และเข้ากับธีมสวน นอกจากนี้ อาจมีการใช้เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งส่วนอื่นๆ ที่ใช้วัสดุเรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกัน ให้เกิดความรู้สึกโรแมนติก เช่น ดอกไม้แห้งต่างๆหรือดอกไม้สด ไม้ที่สามารถนำไปจัดเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือที่แปะรูปตกแต่ง ส่วนเค้กแต่งงาน ก็อาจประยุกต์ให้เข้ากับธีม เช่น ทำเป็นสีคล้ายๆเนื้อไม้ ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น…
คู่รักหลายๆคู่ก็คงใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน และกำลังจะเข้าสู่ช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือการแต่งงาน แต่หลายๆคู่ก็คงจะกังวล เพราะว่าการแต่งงานและการสร้างครอบครัวนั้นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลย ในเรื่องของการเตรียมการต่างๆมากมาย การคุยกันระหว่างครอบครัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ตกลงกันเรื่องสินสอด ค่าจัดงานแต่ง วันนี้เราจะมาบอกคร่าวๆเกี่ยวกับการการวางแผนการเงินและการทำงบประมาณสำหรับเริ่มต้นชีวิตคู่ เพื่อที่งานจะได้ออกมาได้ตรงใจทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมากที่สุด และอยู่ในงบประมาณที่พอใจและสามารถจ่ายได้ แต่ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวตั้งไว้ ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละคู่ บทความนี้เป็นเพียงไกด์ไลน์ให้เห็นว่าการจัดงานแต่ง ควรต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับเรื่องอะไรบ้าง ชุดแต่งงานเจ้าบ่าวเจ้าสาว ชุดแต่งงานของบ่าวสาวจะมีทั้งแบบให้เช่าตัด และการตัดซื้อ โดยราคาชุดก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้านแต่ละแบรนด์ ราคาเริ่มต้นชุดของบ่าวสาวก็จะไม่เท่ากัน และราคาชุดแต่งงานเจ้าสาวมักจะแพงกว่าของเจ้าบ่าว เพราะด้วยรายละเอียดของตัวผ้าที่มีความละเอียดมากกว่าชุดเจ้าบ่าว ราคาเช่าตัดของเจ้าสาวจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 35,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นการสั่งตัดซื้อราคาก็จะเพิ่มขึ้นอีกมาก มักจะเริ่มต้นที่ 25,000 – 60,000 บาทขึ้นไป และควรเผื่องบไว้ในส่วนของรองเท้า และเครื่องประดับต่างๆด้วย 2. ค่าแต่งหน้า ทำผม นอกจากชุดแต่งงานที่สวยงามแล้ว ความสวยงามอีกอย่างก็คือการแต่งหน้าและทำผม บ่าวสาวบางคู่อาจจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้โดยการจัดการด้วยตัวเองทั้งการแต่งหน้าและทำผม แต่คู่บ่าวสาวส่วนมากก็อยากให้ภาพออกมาดูดีมากที่สุดเพราะเป็นวันสำคัญส่วนหนึ่งในชีวิตจึงอาจจะจ้างช่างแต่งหน้า ซึ่งเรตราคาของช่างแต่งหน้าก็จะราคาเริ่มต้น 7,000 – 40,000 บาท แต่ถ้าในกรณีที่ไปแต่งหน้านอกสถานที่ อาจจะต้องมีค่าที่พักให้กับช่างด้วย ไม่รวมค่าคอร์สดูแลผิวหน้าและผิวกาย ซึ่งคู่บ่าวสาวบางคู่อาจจะเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนวันจริง 3. สถานที่จัดงาน งบสถานที่จัดงานแต่ง จะมีทั้งให้เช่าแค่สถานที่อย่างเดียว…
สำหรับคนมีคู่การแต่งงานคงเรียกได้ว่าเป็นวันพิเศษที่เป็นจุดเริ่มต้นดี ๆ ของการใช้ชีวิตคู่ แต่ถ้าหากจะพูดถึงพิธีแต่งงานแล้วก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการแต่งงานนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการทั้งแหวน เสื้อผ้า หน้า ผม การ์ดเชิญหรือการวางแผนขั้นตอนพิธี และเรื่องต่าง ๆ อีกมากมายที่สุดแสนจะวุ่ยวายมากเลยทีเดียวและเพื่อไม่ให้ส่วนสำคัญตกหล่นไปในวันพิเศษในบทความนี้เราจะมาช่วยคู่บ่าวสาวมือใหม่เตรียมงานแต่งกันจะมีขั้นตอนอะไรบ้างไปดูกันเลย โดยทั่วไปแล้วเฉลี่ยระยะเวลาที่ใช้ในการเตรียมงานแต่งส่วนมากจะอยู่ที่ 10-12 เดือน และเพื่อให้บ่าวสาวคู่ใหม่ได้ทำการ Checklist ไปด้วยในระหว่างการเตรียมงานเราจะแบ่งสิ่งที่จะต้องเตรียมในแต่ละช่วงไว้ ดังนี้ 1. ก่อนจัดงานแต่งงาน 9-12 เดือน ในช่วงนี้จะเป็นช่วงของการเริ่มต้นหลังจากมีการพูดคุยและตกลงกันของทั้งสองฝ่าย สำหรับ Checklist ที่ต้องทำในช่วงนี้หลัก ๆ แน่นอนว่าจะต้องเป็นในส่วนของการวางแผนต่าง ๆ อาทิเช่น การวางแผนด้านงบประมาณว่าต้องการที่จะใช้งบเท่าไหร่ อยากจัดงานแบบไหน จำนวนแขกในงาน มองหาฤกษ์สำหรับการแต่งงาน รวมไปถึงการดีลเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ดีลเรื่องค่าเช่าสถานที่ ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารเลี้ยงแขกในงาน สำหรับงบประมาณในขั้นตอนนี้ คู่บ่าวสาวอาจต้องเสียเงินไปกับค่ามัดจำต่าง ๆ เพื่อการตกลงเป็นเสียส่วนมากขึ้นอยู่กับรูปแบบของงานที่ต้องการจัด 2. ก่อนจัดงานแต่งงาน 6-4 เดือน ช่วงระยะเตรียมงานอย่างจริงจังในการคอนเฟิร์มกับร้านต่าง ๆ เช่น ร้านแหวน…
การแต่งงานแบบนี้จะมีการเชิญแขกมาเยอะหน่อยแต่ไม่เกิน 40 คน ซึ่งจะเป็นญาติ เพื่อน ของฝ่ายเจ้าสาวและเจ้าบ่าว การแต่งงานสไตล์นี้จะดูอบอุ่นเป็นพิเศษและยังสวยงาม ในขนาดไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป 1. ตั้งงบประมาณ สิ่งนี้คือขั้นตอนแรกสำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ต้องการจะจัดงานแต่ง โดยการตั้งงบประมาณงานแต่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณสามารถวางแผนได้ว่างานแต่งจะออกมาในรูปแบบใดโดยที่งบไม่บานปลาย 2. กำหนดจำนวนแขกที่มางาน จำนวนแขกที่มางานน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลต่องบประมาณมากเท่านั้น นอกจากงบประมาณรายหัวที่จะลดลงแล้ว ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่น จำนวนของชำร่วย อาหาร ที่นั่ง ฯลฯ ก็จะลดลงตามสเกลงานที่เล็กลงด้วย 3. สิ่งที่จำเป็นต้องมี สุดท้ายสิ่งจำเป็นต้องมีในงานที่ขาดไม่ได้เลย ที่คู่ของเราจำเป็นต้องกำหนด เช่น ธีมงานแต่งงาน จำเป็นมั้ย ต้องมีหรือไม่ เป็นต้น หากสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมี คุณสามารถกำหนดให้ชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไร หรือจะหาของเหล่านี้ได้จากไหน หรือคุณอยากจะตัดอะไรออกไปบ้างไหม เช่น พิธีรดน้ำสังข์ จำเป็นไหม เวลาสะดวกไหม ต้องมีหรือไม่? พิธีนับสินสอด ข้ามได้มั้ย จะทำอย่างไร แล้วแต่ครอบครัวสะดวก พิธีสงฆ์ ทำบุญตักบาตรตอนเช้า ต้องการทำหรือไม่
อีกหนึ่งความเชื่อในการที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ มักจะมีการดูฤกษ์ หาฤกษ์ ทั้งวัน และเวลา เพื่อให้วันนั้นเป็นวันที่ดีที่สุด เหมาะแก่การประกอบพิธีมงคล การแต่งงานเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ก็เช่นกัน ที่ส่วนใหญ่จะมีการดูฤกษ์งามยามดี เพราะเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตคู่หลังแต่งงานดี และราบรื่น ฤกษ์แต่งงาน เดือนมีนาคม 2565 วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565 แรม 4 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2565 แรม 8 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 แรม 10 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2565 แรม 14 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู ฤกษ์แต่งงาน…
การแต่งงาน วันสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต ใคร ๆ ก็อยากจะให้งานออกมาดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ทว่างานแต่งงานที่สมบูรณ์นั้น ก็ต้องมาจากการวางแผนเตรียมงานแต่งงานที่ดีด้วย ซึ่งเรื่องนี้แหละที่ทำให้บ่าวสาวหลายคู่ปวดหัวไปตาม ๆ กัน เพราะไม่รู้จะต้องเริ่มจากตรงไหน ต้องทำอะไร หรือ แต่งงานต้องเตรียมอะไรบ้าง ? เอาเป็นว่าเพื่อช่วยให้การเตรียมงานแต่งงานของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น 1. กำหนดวันแต่งงานก่อนจะวางแผนเตรียมงานแต่งงาน ก่อนอื่นจะต้องหาฤกษ์แต่งงานให้ได้เสียก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีเวลาในการเตรียมงานนานขนาดไหน ทั้งนี้หากเป็นฤกษ์เร่งด่วนมาก ๆ ก็คงเตรียมได้เท่าที่มีเวลาเหลือ แต่ถ้าสามารถเลือกฤกษ์สะดวกเองได้ ก็ควรจะต้องมีเวลาในการเตรียมงานอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ทุกอย่างไม่ต้องเร่งรีบเกินไป 2. กำหนดงบประมาณงานแต่งคุณจะต้องรู้ก่อนว่างบประมาณของคุณมีเท่าไร เพื่อที่จะได้รู้ว่าคุณควรจะจัดงานเล็ก งานใหญ่ หรือรูปแบบงานประมาณไหน ทั้งนี้หากคุณมีงบมากพอก็สามารถเนรมิตงานแต่งได้ตามใจฝัน แต่ถ้าหากคุณมีงบน้อย แนะนำให้จัดแบบพอเพียงจะดีที่สุด 3. กำหนดธีมงานแต่งธีมงานแต่งก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะคุณจะได้รู้ว่าทิศทางงานแต่งของคุณควรจะจัดหรือเตรียมงานแบบไหน รวมไปถึงแขกที่มางานก็จะได้รู้ด้วยว่าควรจะแต่งตัวมางานแบบไหนดีเพื่อให้เข้ากับงานของคุณ เช่น ธีมวินเทจ เน้นความเรียบง่ายแบบโบราณ 4. เลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน พร้อมจองสถานที่หลังจากที่ได้ฤกษ์แต่งงานและกำหนดงบประมาณมาแล้ว เนื่องจากสถานที่แต่งงานหลาย ๆ ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมมาก ซึ่งบางที่อาจต้องจองนานถึงข้ามปีกันเลยทีเดียว ดังนั้นหากได้ฤกษ์มาแล้วไม่ควรรอช้า ควรเลือกและติดต่อจองสถานที่จัดงานทันที 5. กำหนดรูปแบบพิธีการเมื่อจองสถานที่ได้แล้วก็มาถึงขั้นตอนการกำหนดรูปแบบพิธีสำหรับงานแต่ง…
ขนมหวานมงคลที่ใช้ในงานแต่งงานมีหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งมักจะใช้ในขบวนขันหมากซึ่งโดยมากมักจะจัดอยู่ 9 ชนิดด้วยกัน ส่วนคำว่า 9 นั้นหมายถึงความเจริญก้าวหน้า การจัดพานขนมขันหมากนิยมจัดกันเป็นพานคู่ สำหรับขนมที่นิยมใช้ในขบวนขันหมากมีดังนี้ 1 ขนมกงหรือขนมกงเกวียน ซึ่งหมายถึงกงเกวียนที่หมุนไปข้างหน้า โดยความหมายที่ต้องการสื่อถึงงานแต่งงานก็คือ ต้องการให้คู่บ่าวสาวรักและครองคู่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า 2 ขนมหวานตระกูลทอง เช่น ขนมทองหยิบ ทองหยอด ทองพลู ทองโปร่ง ทองม้วน ทองเอก นั้นถือว่าเป็นขนมมงคล เชื่อกันว่าจะมีเงินทองไม่ขาดมือ และยังหมายถึงความร่ำรวย 3 ขนมเม็ดขนุน ที่ใช้ในงานมงคลต่างๆนั้นมีความหมายว่า ทำการสิ่งใดก็หมายถึงคนเกื้อหนุน ค้ำจุน มีคนคอยช่วยเหลือไม่มีวันตกต่ำ 4 ขนมข้าวเหนียวแก้ว มีความหมายว่า ชีวิตก็จะมีความเหนียวแน่น มั่นคงเป็นปึกแผ่น 5 ขนมฝอยทอง หมายถึงให้คู่บ่าวสาวรักกันยืนยาวและครองคู่อยู่ด้วยกันตลอดไป 6 ขนมจ่ามงกุฎ เป็นขนมมงคลที่ใช้อวยพรในงานแต่งงาน ซึ่งหมายถึงความเจริญก้าวหน้าเต็มไปด้วย ยศถาบรรดาศักดิ์ 7 ขนมถ้วยฟู หรือ ขนมปุยฝ้าย มีความหมายว่า ความรุ่งเรืองความเฟื่องฟูของชีวิต 8 ขนมชั้น หมายถึง การเลื่อนขั้น เลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง 9 ขนมเสน่ห์จันทร์ มีความหมายว่า ความมีเสน่ห์ มีผู้คนรักใคร่ นอกจากความเป็นสิริมงคลในงานแต่งงานแล้ว ขนมที่ใช้ในงานแต่งงานยังหมายถึง…
การแต่งงานนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในพิธีการที่สำคัญมากๆ สำหรับหลายๆ คนในการเริ่มต้นชีวิตคู่ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิต ทำให้ทุกคนที่จัดงานแต่งงานล้วนอยากให้งานออกมาดีที่สุด ซึ่งตามความนิยมแล้วนั้นรูปแบบงานแต่งงานจะมีทั้งพิธีเช้า และพิธีเย็น หรืออาจจะมีพิธีเดียวก็ได้ตามแต่ความต้องการ ในบทความนี้จะมาแนะนำถึงเคล็ดลับของงานแต่งพิธีเช้าเพื่อที่จะได้เตรียมตัวอย่างถูกต้อง 1. กำหนดวันที่จะจัดงาน สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อจะจัดงานแต่งงานคือการกำหนดวัน / เวลาที่จะจัดงานนั่นเอง โดยการกำหนดวัน / เวลาที่จะจัดงานแต่งงานนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวก และความเหมาะสมของทั้งเจ้าบ่าว / เจ้าสาว อาจจะเป็นวันที่มีการดูฤกษ์ยามมาแล้วว่าเป็นวันมงคลตามความเชื่อ หรืออาจจะเป็นวัน / เวลาที่ทางเจ้าบ่าว / เจ้าสาว รวมไปถึงครอบครัวดูแล้วว่ามีความสะดวกมากที่สุดก็ได้ 2. หาสถานที่จัดงาน สำหรับสถานที่ในการจัดงานแต่งพิธีเช้านั้นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพ รวมไปถึงความเหมาะสมในเรื่องการจัดงาน และจำนวนแขกที่จะมาร่วมงานเป็นหลัก อาจจะเป็นการจัดงานที่บ้าน ที่โรงแรม หรือสถานที่ให้บริการจัดงานแต่งงาน โดยการเลือกสถานที่จัดงานแต่งพิธีเช้าถ้าไม่ได้จัดในโรงแรมควรจะเป็นสถานที่ที่มีความร่มรื่น สถานที่กว้างขวาง โปร่งสบาย เพราะว่าในตอนเช้านั้นจะมีแสงแดด ถ้าสถานที่มีความคับแคบ หรือมีร่มเงาไม่เพียงพอก็จะทำให้ผู้ที่มาร่วมงานต้องเจอกับอากาศร้อนนั่นเอง ซึ่งการจัดงานที่บ้าน หรือสถานที่จัดงานแต่งงานมักจะเจอกับปัญหาเรื่องแสงแดดอยู่เสมอ 3. เรียนเชิญผู้ที่จะมาร่วมงาน เมื่อกำหนดวัน / เวลา สถานที่ได้แล้ว สิ่งต่อไปที่คู่บ่าว / สาวต้องทำคือการบอกกล่าวญาติมิตรเพื่อให้มาร่วมงานในวัน / เวลา ซึ่งการเรียนเชิญผู้ที่จะมาร่วมงานนั้นจะนิยมทำด้วยการแจกการ์ดเชิญ…










